ในจักรวาลของ LINE API Ecosystem หลายๆคนคงคุ้นเคยกับ Messaging API, LIFF, LINE Login, LINE Pay API, และ LINE Notify กันมาพอสมควรแล้ว แต่จริงๆแล้วยังมีเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่งที่นักพัฒนาใน Community ถวิลหา และถามถึงกันมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ LINE Beacon

QR Code Reader ที่มาใน LIFF v2 ช่วงปลายปี 2019 ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สร้าง use case ใหม่ๆที่น่าสนใจให้กับผู้ใช้ LIFF app ในเมืองไทย ผ่านการสแกน QR Code และแกะ Text มาใช้งาน แต่เพียงต้นปี 2020 ทาง LINE ก็ได้ประกาศการสู่ขิตของฟีเจอร์นี้ใน LINE สำหรับ iOS ตั้งแต่ v9.19.0 เป็นต้นมา จะคงเหลือเพียง Android ที่ใช้งานได้เท่านั้น

เริ่มต้นบทความนี้ขอพูดถึง Webhook Event ใน Messaging API ของ LINE กันก่อนว่ามันคือ การที่ผู้ใช้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับ LINE Chatbot ซึ่งมีมากมายหลายรูปแบบ เช่น การส่งข้อความหา Chatbot ไม่ว่าจะเป็น Text, Image, Sticker หรือการกด Follow ตัว Chatbot, การลาก Chatbot เข้ากลุ่ม, การเข้าไปอยู่ในรัศมีของ LINE Beacon เป็นต้น ทั้งหมดนี้เราจะเรียกมันว่า events โดยหลักการทำงานจะเป็นแบบในรูปด้านล่างนี้

เชื่อว่าคนที่ใช้งาน OA(LINE Official Account) ในไทยตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก Rich Menu หรือ เมนูที่ช่วยนำทางผู้ใช้งานไปสู่บริการหลักๆของเรา ซึ่งการที่จะได้มันมาก็แสนจะง่ายเพียงแค่ใช้เครื่องมือ หรือ จะเขียนโปรแกรมก็สามารถทำได้

แต่สำหรับบทความนี้ จะพูดถึงการสร้าง Rich Menu ด้วยการเขียนโปรแกรม โดยข้อดีของวิธีนี้ก็คือ ผู้ใช้สามารถสลับ Rich Menu ได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น

นักพัฒนาที่ใช้งาน GitHub อยู่น่าจะรู้จัก GitHub Actions บริการที่เข้ามาช่วยจัดการ Development workflow ใน Repo ของเรา ให้มีระบบ CI/CD แบบอัตโนมัติได้

ด้วยเสียงตอบรับที่ดีของบริการดังกล่าว ทีม Firebase จึงไม่รอช้าที่จะออกฟีเจอร์ใหม่ซึ่งเป็นการ Integrate กันระหว่าง Firebase Hosting และ GitHub Actions เพื่อมาช่วยให้การ deploy เว็บของเรามีความ automate โดยที่นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการติดตั้ง GitHub Actions มาก่อน เพราะ Firebase CLI เค้าจะจัดให้

การ Deploy จาก GitHub Actions ไปยัง Firebase Hosting

การ deploy จาก GitHub Actions ที่จะแสดงในบทความนี้ จะเป็นแบบ default ที่ได้หลังจากการติดตั้ง ซึ่งจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ…

ใครที่เริ่มต้นพัฒนา LINE Chatbot ด้วย Dialogflow การใช้งาน Inline Editor ใน Fulfillment ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่าย และสะดวกมากๆเหมือนมี server ทิพย์ เพราะไม่ต้องมานั่งเตรียม server เอง

สำหรับนักพัฒนาที่มีประสบการณ์แล้ว และอยากต่อยอดการใช้งานให้เจ๋งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาและทดสอบใน Local, การบริหารจัดการโค้ดที่ง่ายขึ้น, การปรับแต่งประสิทธิภาพให้สูงขึ้น หรือ การเพิ่มความปลอดภัย…บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 10 ข้อดีของการติดตั้ง Cloud Functions ใช้งานเอง แทนที่ Inline Editor กัน

1. โค้ดเดิมใน Inline Editor เอามาใช้ได้เลย

หลังจากที่คุณได้ติดตั้ง Cloud Functions for Firebase (แบบ JavaScript) ตามขั้นตอนที่ 2 ของบทความด้านล่างนี้แล้ว…

คุณเคยต้องย่อลิงก์ เพราะลิงก์ที่จะแชร์มันยาวเกินไปบ้างไหม ส่วนตัวผมต้องย่อลิงก์บ่อยอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเวลาไปทำ Workshop ผมต้องการจะให้ลิงก์ที่แชร์มันดูสั้นและพิมพ์ตามได้ง่าย

ถ้าพูดถึงบริการย่อลิงก์ หลายคนคงนึกถึง Bit.ly เป็นแน่ แต่คุณรู้ไหมว่า Bit.ly เขาเปิด API ให้เราใช้ฟรี แถมง่ายมากๆด้วยนะ และที่ผมเกริ่นมาทั้งหมดก็คือที่มาของบทความนี้ ที่ผมจะพาคุณไปรู้จัก Bitly API ผ่านการพัฒนา LINE Chatbot ที่จะช่วยให้การย่อลิงก์ของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล

อย่าได้ช้ามาดูขั้นตอนการพัฒนากันเลย

  1. สร้าง LINE Chatbot ที่พัฒนาด้วย Dialogflow…

ถ้าวันนี้คุณได้รับโจทย์ให้พัฒนาระบบรายงานข้อมูล ที่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เช่น ผลฟุตบอล, สภาพอากาศ, ค่า PM 2.5, อัตราแลกเปลี่ยน, ราคาหุ้น, ราคาน้ำมัน หรือ ราคาทอง เป็นต้น สิ่งแรกที่คุณจะทำคงเป็นการหา API จากบริการต้นทาง แต่ถ้าโชคไม่ดี มันไม่มี API คุณก็อาจจะต้องสร้างระบบฐานข้อมูลแล้วมากรอกค่าต่างๆเอง ซึ่งถ้าข้อมูลมันเปลี่ยนบ่อยมากๆ คุณก็คงทำเองไม่ไหวแน่ๆ

ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิค Web Scraping(มหาเวทดูดดาว) ด้วยการพัฒนาระบบรายงานราคาทองผ่าน LINE Chatbot แบบที่ไม่ต้องพึ่ง API และไม่ต้องใช้ admin มานั่งอัพเดทข้อมูลเอง โดยที่ระบบจะรายงานเฉพาะกรณีที่ราคาทองนั้นมีการเปลี่ยนแปลง…

ในปีที่ผ่านมาบทความเกี่ยวกับ Rich Menu ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง สำหรับคนที่มี LINE Official Account หรือ LINE Chatbot ด้วยข้อดีของมันที่ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งานได้ง่าย โดยการแสดงเมนูที่สำคัญต่างๆในหน้าแชท และมี Action ที่หลากหลายให้เลือกใช้ แถมขั้นตอนในการสร้าง ก็สามารถทำได้ทั้งคนทั่วไป รวมถึงคนที่มีทักษะในการเขียนโปรแกรม จึงไม่น่าแปลกใจที่ Rich Menu จะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่แต่ละ Account ต้องมีกันในปัจจุบัน

สำหรับบทความนี้ ผมจะชวนทุกคนมาต่อยอดการพัฒนา Rich Menu ให้สามารถแสดงผลได้ตรงกับภาษาของเครื่องผู้ใช้แต่ละคนกัน โดยปัจจัยหลักที่เราจะต้องรู้ก่อนก็คือ “เครื่องผู้ใช้คนนั้นๆเขาใช้ภาษาอะไรอยู่?” ซึ่งหนทางที่เราจะได้ภาษาของเครื่องผู้ใช้มานั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทาง LINE เขาเพิ่ม property ที่ชื่อว่า language มาให้ในข้อมูลโปรไฟล์ของผู้ใช้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้เราจะได้แค่ userId, displayName, pictureUrl และ statusMessage

เหมือนเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า Flex Message หรือข้อความใน LINE ที่ให้นักพัฒนาสามารถออกแบบได้อย่างอิสระ และแสดงผลได้ในทุก device จะมีอัพเดทมาปีละครั้ง โดยในปี 2020 นี้ ทีม Flex Message ก็ตอบรับเสียงของนักพัฒนา พร้อมออกฟีเจอร์ใหม่ เพื่อมาช่วยเปลี่ยนจินตนาการเป็นข้อความใน LINE ให้ง่ายกว่าเดิม

สำหรับใครที่กำลังอ่านบทความนี้ และยังไม่คุ้นเคยกับ Flex Message ก็แนะนำให้ไปทำความรู้จักกับมันก่อน ที่บทความด้านล่างนี้ครับ

และ 10 ฟีเจอร์ใหม่ที่จะมาช่วยปลดล๊อคข้อจำกัดในการออกแบบข้อความใน Flex Message ของปี 2020 แด้ไก่…เอ้ย!…ได่แก้…เอ้ย!…ได้แก่…เอ้ย!…ถูกแล้ว…

Jirawatee

Technology Evangelist at LINE Thailand / Google Developer Expert - 🔥Firebase

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store